ตำนานประจำท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรี
ตำนานเรื่องเมืองจันทบุรีโบราณ นานมาแล้วยังมีกษัตรย์ผู้ครองนครโบราณพระองค์หนึ่งเข้าใจว่านครนั้น คือ เมืองจันทบุรี ที่เชิงเขาสระบาป ทรงพระนามว่าพระเจ้าพรหมทัต พระองค์ทรงสืบราชบัลลังค์มาจากใคร เมื่อใดไม่ทราบทราบแต่ว่าพระองค์มีเอกอัครมเหสี และมีราชโอรสด้วยกันสองพระองค์ องค์โตทรงพระนามว่าเจ้าบริพงษ์ องค์น้องทรงพระนามว่าเจ้าวงษ์สุริยมาศ ต่อมามเหสีสิ้นพระชนม์ พระเจ้าพรหมทัตได้ทรงอภิเษกมเหสีองค์ใหม่ขึ้นอีก ทรงพระนามว่าพระนางกาไว ซึ่งมีพระศิริโฉมงามมาก เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าพรหมทัตยิ่งนัก และมีพระโอรสด้วยกัน ๑ พระองค์ ทรงพระนามว่าพระไวยทัต
![]() | พระนางกาไวเป็นผู้มีจิตใจอิจฉาริษยาในราชโอรสที่ประสูตจากพระมเหสีองค์เดิมและมักใหญ่ใฝ่สูงหวังจะให้พระไวยทัตราช โอรสครองนคร ตนจะได้มีอำนาจต่อไป หากว่าพระเจ้าพรหมทัตเสด็จสวรรคตแล้ว จึงทรงวางแผนกำจัดเจ้าบริพงษ์ และเจ้าวงษ์สุริยมาศ ซึ่งตามกฏมณเฑียรบาลย่อมมีสิทธิในราชสมบัติมากกว่า เพื่อมิให้เป็นที่กีดขว้างแผนงานของตน ความคิดนี้คงจะทรงคิดมาตั้งแต่แรกที่ได้ทรงเสกสมรส ครั้นเมื่อตนมีพระราชโอรสก็ทรงดำเนินการเพื่อให้ พระเจ้าพรหมทัตซึ่งลุ่มหลงตนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ลุ่มหลงตนยิ่งขึ้นถึงกับมีการลอบทำเสน่ห์ยาแฝด ให้ทรงเสวยเพื่อให้หลงรัก แต่เพียงองค์เดียว และเมื่อได้ |
โอกาสคราวใด ก็พยายามเท็จทูลให้พระเจ้าพรหมทัตกำจัดเจ้าบริพงษ์และเจ้าวงษ์สุริยมาศเสีย โดยหาเรื่องยุยงว่าลูกเลี้ยงทั้งสองไม่ดีประการใดประการหนึ่งอยู่เสมอ พระเจ้าพรหมทัตแม้จะทรงเสน่หาในพระนางกาไวเพียงใดก็ยังทรงมีพระสติอยู่ไม่ทำอะไรรุนแรงแก่ราชโอรส แต่ในที่สุดเพื่อตัดความรำคาญ จึงทรงเรียกพระราชโอรสทั้งสองมาชี้แจงเหตุผลให้พาไพร่พลไปสร้างเมืองเองใหม่ทั้งๆ ที่ทรงอาลัยในราชโอรสอยู่ ฝ่ายเจ้าบริพงษ์และเจ้าวงษ์สุริยมาศแม้จะทรงทราบเบื้องหลังอยู่ แต่ด้วยความเกรงพระทัยในราชบิดา ก็เสด็จพาไพร่พลไปหาทำเลสร้างเมืองใหม่อยู่ทางเหนือ คือในเขตท้องที่อำเภอโป่งน้ำร้อนจังหวัดจันทบุรีในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ใกล้แดนขอม ( เขมร ) เรียกกันว่า เมืองสามสิบ
เมื่อกลับไปถึงเมืองสามสิบแล้ว ได้เกลี้ยกล่อมผู้คน รวมรวมช้างศึก ม้าศึก ฝึกอาวุธ และทำนุบำรุงให้เข้มแข็ง และได้ขอกำลังไปยังกษัตริย์ขอม ซึ่งประทับอยู่ที่เมืองนครธมมาช่วยแก้แค้น โดยให้สัญญาว่าถ้าได้เมืองคืนแล้วจะแบ่งเมืองให้ กษัตริย์ขอมก็ยกมาช่วย กองทัพที่ยกมาใหม่ครั้งนี้เดินทัพมาด้วยความระมัดระวังไม่ประมาทเหมือนคราวที่แล้ว เมื่อมาถึงเมืองก็สร้างค่ายคู ประตู หอรบ และตั้งพลับพลาประทับเตรียมไว้ต่อสู้ทัพในเมือง ข้างฝ่ายในเมืองคงจะประมาทเพราะเคยชนะมาคราวหนึ่งแล้ว ฉะนั้นแม้ฝ่ายเจ้าบริพงษ์และเจ้าวงษ์สุริยมาศจะส่งทูตมาเจรจาขอตกลงโดยดีก็หาได้ตกลงด้วยแต่อย่างใดไม่ | ![]() |
ราชโอรสทั้งสองจึงได้ยกทัพเข้าโจมตี ฝ่ายในเมืองออกต่อสู้แต่ก็พ่ายแพ้ข้าศึกเข้าเมืองได้พระนางกาไวจึงได้ขนพระราชทรัพย์ขึ้นหลังช้างที่เพนียด เปิดประตูเมืองที่จะหนีทรัพย์ที่จะขนไปไม่ทันก็ทิ้งส้วม ( เว็จ ) เป็นอันมาก ครั้นจวนตัวจะหนีไม้พ้นจริง ๆ ก็ให้เอาเครื่องทองออกหว่านตามหลังขบวนของตน เพื่อล่อข้าศึกให้ข้าศึกพวงเก็บทรัพย์สินเหล่านั้น ตนจะได้ลงเรือหนีไปได้โดยสะดวก